วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การเลือกซื้อ บ้านมือสอง

การเลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่ดีนั้น เน้นคุณสมบัติ 3 ประการ คือ ราคาถูก เพื่อนบ้านดี ทำเลเด่น
  1. ดูทำเล บ้านมือสอง เน้นพื้นที่ในย่านที่กำลังมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือฟื้นฟูจากสภาพไม่น่าอยู่
  2. สำรวจ สภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านโดยเข้าไปพูดคุยสำรวจสอบถามเก็บข้อมูลให้ได้มากที่ สุดเท่าที่จะมากได้ในสภาพแวดล้อมควรเน้นเลือกแหล่งที่ยังคงเจริญต่อไป และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวัน เช่น ใกล้โรงเรียน ศูนย์การค้า ตลาด และโรงพยาบาล ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าน้ำจะต้องไม่ท่วมและไม่มีมลภาวะทางกลิ่น แสง และเสียง
  3. สภาพ บ้านมือสอง เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะมูลค่า บ้านมือสอง นอกจากจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณสินค้าในตลาดแล้วยังขึ้นอยู่กับ ลักษณะตัว บ้านมือสอง เองด้วย ให้ท่านสำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินด้วยตัวเอง เช่น ตรวจดูขนาดทรัพย์สินว่าเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์หรือเปล่า สภาพทรัพย์สิน การปรับปรุงทรัพย์สิน และการจัดการทรัพย์สิน
  4. ซื้อ บ้านมือสอง ที่ราคาค่าเช่าต่ำกว่าราคาเช่าในท้องตลาด เพราะเราสามารถเพิ่มค่าเช่าได้
  5. เลือกซื้อ บ้านมือสอง ที่มีเงื่อนไขเงินกู้สนับสนุน เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด หรืออัตราดอกเบี้ย 0% เพราะผลประโยชน์เหล่านี้คือส่วนลดจากราคาซื้อ บ้านมือสอง นั่นเอง
  6. สอบ ถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนว่างานสารธาณูปโภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เป็นอย่างไร การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ และเหมาะสมหรือไม่
  7. ตรวจ ข้อมูลเกี่ยวกับการจำนอง บ้านมือสอง เดิมกับสถาบันการเงินให้ชัดเจนรวมถึงภารผูกพันและสัญญาเช่าเดิมที่มีอยู่กับ ผู้อาศัยในปัจจุบันเพระผู้ซื้ออาจมีปัญหาการส่งค่างวด หรือค่าบริหารทรัพย์สินส่วนกลางต้องคุยรายละเอียดในเงื่อนไขเหล่านี้ให้ ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
  8. ต้องคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอน บ้านมือสอง ที่จะซื้อ และภาษีให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับภาระ
  9. เปรียบ เทียบกับราคาประเมินบ้านที่มีอยู่แล้ว เช่น ราคาซื้อขาย บ้านมือสอง ที่คล้ายคลึงในบริเวณที่ใกล้เคียง ราคาประเมินของกรมที่ดิน ของธนาคาร และบริษัทประเมิน
  10. ต่อ รองราคาให้ราคาต่ำมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การต่อรองราคาถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องใช้เสมอ ก่อนที่จะทำสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้าย ให้ระลึกไว้เสมอว่าเงินทุกบาทที่ท่านต่อรองซื้อได้ต่ำกว่าราคาเสนอขาย นั่นหมายถึงกำไรที่จะตกมาถึงท่านในที่สุดนั่นเอง
  11. ตรวจ สอบและขอหลักฐานเก่าๆ ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเดิมเอาไว้ เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลในการบังคับให้เจ้าของโครงการต้องปฏิบัติตามที่ตกลง หรือสัญญาที่เคยระบุไว้
  12. การ ใช้บริการของบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ จัดเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเลือกซื้อ บ้านมือสอง อย่างชาญฉลาดทางหนึ่ง เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้มี บ้านมือสอง มาให้เลือกมากขึ้น และยังมีโอกาสให้มีคำแนะนำและการช่วยเหลือในด้านต่างฯ ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อ บ้านมือสอง ด้วย เช่น การพาไปดูบ้าน การติดต่อสถาบันการเงิน การหาราคาประเมิน ซึ่งบริการเหล่านี้มักไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือหากเสียก็น้อยมาก
ที่มา : อนุชา กุลวิสุทธิ์ : ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แบบมืออาชีพ

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ตารางอบรมตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2554
09.00-09.30 น.

- ลงทะเบียน

9.30 - 10.00 น. - กล่าวเปิดต้อนรับ / แนะนำตัว คุณสภังกร กิตติธรรมจริยา
Siam Neo Home
10.00 - 10.15 น. - เบรก
10.15 - 12.00 น. - อาชีพนี้.. ดีอย่างไร
- จรรยาบรรณตัวแทนอสังหาริมทรัพย์
12.00 - 13.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.00 น. - ขั้นตอน / กระบวนการทำงานอย่างมีระบบ คุณภาสวีร์ ลพอุทัย
Realty One Estate
14.00 - 14.15 น. - เบรก
14.00 - 14.15 น. - เอกสาร สัญญาต่างๆ Open,Ex.Listing
- การทำFarming / กลุ่มเป้าหมาย / การประเมินทรัพย์ฯ
16.00 - 17.00 น. - ประสบการณ์จากภาคสนาม คุณคณิศร สันตะลับ
Realty One Estate
วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤษภาคม 2554
9.00 - 10.30 น. - ขั้นตอนการทำธุรกรรม สนง.ที่ดิน คุณณัฐพล ดิเรกลาภ
Your Home Estate
10.30 - 10.45 น. - เบรก
10.45 - 12.00 น. - การคำนวณภาษี / เอกสารสิทธิ์ / โฉนดที่ดิน
12.00 - 13.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.00 น. - การคำนวณสินเชื่อเบื้องต้นจากสถาบันการเงิน
14.00 - 14.15 น. - เบรก
15.00 - 16.00 น. - การคำนวณสินเชื่อเบื้องต้น ธ.กรุงศรี
- การให้บริการ / การตอบข้อโต้แย้ง คุณคณิศร สันตะลับ
Realty One Estate
16.00 - 17.00 น. - Work Shop คุณภาสวีร์ ลพอุทัย
Realty One Estate
- ปิดการอบรม เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2554
09.00 - 12.00 น. - work shop ภาคสนาม
การติดป้ายขาย ติดป้ายหน้าทรัพย์
วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2554
09.00-09.30 น. - ลงทะเบียน
09.30-10.00 น. - กล่าวเปิดต้อนรับ / แนะนำตัว คุณภาสวีร์ ลพอุทัย
10.00-10.45 น. - อาชีพนี้ดีอย่างไร Realty One Estate
10.45-11.00 น. - เบรก
11.00-11.30 น. - จรรยาบรรณตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ อ.สภังกร กิตติธรรมจริยา
11.30-12.00 น. - ภาพรวมในการทำงานธุรกิจตัวแทนนายหน้า Siam Neo Home
12.00-13.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.00 น. - ภาพรวมเศรษฐกิจธุรกิจตัวแทนนายหน้า
และโอกาศทางธุรกิจ
คุณภาสวีร์ ลพอุทัย
Realty ONe Estate
14.00-14.15 น. - เบรก
14.15-16.30 น.

- ขั้นตอน/กระบวนการทำงานอย่างมีระบบ

คุณภาสวีร์ ลพอุทัย
- เอกสารสำคัญต่างๆ open,Ex,Listing Realy One Estate
- เทคนิคการให้ข้อมูล และกรอกสัญญาเอ๊กซ์คลูซีฟ 13 ข้อ คณิศร สันตะลับ
- การทำ Farming/การประเมิณทรัพย์เบื้องต้น
วันอาทิตย์ 29 พฤษภาคม 2554
09.00 - 10.30 น. - ขั้นตอนการทำธุรกรรม สนง.ที่ดิน คุณณัฐพล ดิเรกลาภ
10.30 - 10.45 น. - เบรก YourHome Estate
10.45 - 12.00 น. - การคำนวนภาษี/เอกสารสิทธิ์/โฉนดที่ดิน
12.00 - 13.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.00 น. - การติดต่อสถาบันการเงิน
- การคำนวณสินเชื่อเบื้องต้น
14.00 - 14.15 น. - เบรก
14.15 - 15.00 น. - กลยุทธ์ และเทคนิคในการเจรจาต่อรอง คุณภาสวีร์ ลพอุทัย
15.00 -16.30 น. - โครงการ สู่ความมั่นคง และสร้างรายได้ในงานอสังหา คุณคณิศร สันตะลับ
ปิดการอบรม เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ Realty One Estate
วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2554
09.00 - 12.00 น. - work shop ภาคสนาม
การติดป้ายขาย ติดป้ายหน้าทรัพย์
**สถานที่จัดอบรม REALTY ONE ESTATE (THAILAND) CO., LTD
49 ถนนลาดพร้าว101 แขวงคลองจั่น เขตุบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

บ้านใหม่ VS บ้านมือสอง


การ ลงทุนในบ้านและที่ดิน นอกจากจะต้องตัดสินใจเลือกประเภทบ้านที่ใช้ในการลงทุนแล้ว ยังต้องตัดสินใจอีกว่า จะเลือกลงทุนในบ้านใหมหรือ บ้านมือสอง ซึ่งทางเหลือในแต่ละลักษณะมีจุดเด่นและจุดด้อยในการลงทุนแตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องเลือกให้สอดคล้องกับแผนการลงุทนของแต่ละบุคคล ดี
การซื้อ บ้านมือสอง จัดเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทางหนึ่งในการลงทุน ซึ่งการซื้อ บ้านมือสอง อาจมีเหตุผลดังนี้
- บ้านมือสอง ไม่ต้องการปลูกสร้างเอง เพราะต้องการที่อยู่อาศัยเร่งด่วน ไม่มีเวลาที่จะรอการปลูกสร้างได้ เกรงจะประสบปัญหาต่างๆ ในขบวนการปลูกสร้างและปลูกบ้านใหม่อาจจะมีราคาแพงกว่าการซื้อ บ้านมือสอง
- ไม่ต้องการซื้อบ้านจัดสรร เนื่องจากกำลังการซื้อไม่เพียงพอ หรือไม่ชอบระบบการซื้อแบบผ่อนส่ง
- อาจจะชอบทำเลที่ตั้งของ บ้านมือสอง ที่จะซื้อ
- ชอบลักษณะรูปแบบของ บ้านมือสอง ในกรณีนี้ บ้านมือสอง นั้นอาจจะเป็นเรือนไทยที่ถูกต้องตามลักษณะโบราณจริง ๆ ซึ่งอาจเป็นเรือนไทย หลังคาสูง จั่วแหลมหรือเรือนไทยลักษณะรัชกาลที่ 5 หรือรัชกาลที่ 6 ซึ่งก็เป็นรูปแบบเฉพาะ เช่น หลังคาปั้นหยา ช่องลมฉลุ เป็นต้น สำหรับผู้ที่จะซื้อ บ้านมือสอง ในลักษณะที่กล่าวนี้ มักเป็นผู้อนุรักษ์นิยมชื่นชมของเก่าที่หายาก
อย่างไรก็ดี การที่จะพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างบ้านใหม่และ บ้านมือสอง ไม่อาจตอบได้ชัดว่าอย่างใดจะดีกว่ากัน เพราะแต่ละกรณี มีข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบที่แตกต่างกัน สำหรับปัจจัยที่ผู้ซื้อน่าจะนำมาใช้พิจารณาเปรียบเทียบคุณลักษณะเด่นระหว่าง บ้านใหม่และ บ้านมือสอง มีดังต่อไปนี้ ว่าควรซื้อแบบไหนดีนั้น
คุณลักษณะเด่นของการซื้อบ้านใหม่

1.บ้านใหม่จะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งใหม่ทั้งหมด ซึ่งอยู่ในสภาพดี ไม่ต้องเสียค่าซ่อมแซมอีกเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นบ้านใหม่จึงมักสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยได้มากกว่า
2. บ้านใหม่มักจะมีการออกแบบและใช้วัสดุก่อสร้าง ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทันสมัยกว่า ซึ่งทำให้มีโอกาสใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า และระยะเวลาการเสื่อมสภาพที่ยาวนานกว่า
3. บ้านใหม่จะให้โอกาสแก่ผู้เริ่มเข้าอยู่อาศัยเป็นครั้งแรก ในการที่จะจัดการตกแต่งบ้านได้ง่าย และทำให้สะดวกกว่า
คุณลักษณะเด่นของการซื้อ บ้านมือสอง
1. บ้านมือสอง มักจะมีการก่อสร้างที่ประณีต แข็งแรงทนทานดีกว่าบ้านใหม่ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ทำด้วยไม้หรือปูนก็ตาม
2. บ้านมือสอง มักจะมีทำเลที่ตั้งดีกว่าบ้านใหม่ ๆ เนื่องจาก บ้านมือสอง มีการก่อสร้างมาตั้งแต่ที่ดินราคาไม่แพงมากนัก สภาพแวดล้อมของ บ้านมือสอง จึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมมูลกว่า
3. บ้านมือสอง มักจะมีอุปปกรณ์บางอย่างที่ติดอยู่กับตัวบ้านให้แล้ว ซึ่งเจ้าของเดิมได้ทำไว้ จึงไม่ต้องไปจัดหาใหม่ และถ้ามีการคิดราคาสิ่งของเหล่านั้นก็จะได้ราคาถูกกว่าราคาตลาดมาก
4. บ้านในโครงการสร้างใหม่ มักจะมีสาธารณะประโภคสาธารณูปการยังไม่พร้อมสมบูรณ์ บางครั้งต้องรอให้มีการก่อสร้างต่อในเฟสสอง เฟสสาม ทำสภาพแวดล้อมในชุมชนไม่ดีนัก ตรงข้ามกับ บ้านมือสอง ชุมชนจัดสรรที่สร้างเสร็จเรียบร้อนมานานพอสมควรแล้วเช่น 3-4 ปี ชุมชนเหล่านี้จะค่อนข้างมีสภาพแวดล้อมที่ดีและสมบูรณ์
5. สามารถรู้ได้อย่างชัดเจนว่าสภาพแวดล้อมทางสังคม เพื่อนบ้านเรือนเคียงและผู้อยู่อาศัยในชุมชนว่าเขาเป็นใคร เป็นคนกลุ่มไหน สำหรับการซื้อบ้านใหม่ในโครงการจัดสรรผู้ซื้อมักจะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ซื้อ บ้านที่ติดกับตน แต่ บ้านมือสอง ผู้ซื้อสามารถสอบถามทำความรู้จักกับผู้อยู่อาศัยใกล้เคียงได้ เพื่อหยั่งรู้ถึงอาชีพการงาน รสนิยม อัธยาศัยไมตรี ว่าเป็นประการใด สามารถจะพึ่งพาอาศัย เกื้อกูลกันได้หรือไม่ หรือเมื่ออยู่ใกล้กันแล้วจะมีโอกาสเกิดปัญหากระทบกระทั่งกันได้หรือไม่ ในบางครั้งผู้ซื้อพบว่ามีผู้ขาย บ้านมือสอง ที่อยู่ใกล้กับญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิทมิตรสหายที่อยู่อาศัยมาก่อน ก็จะเป็นเงื่อนไขบวกประการหนึ่งในการตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง
ข้อแนะนำในการซื้อ บ้านมือสอง
ข้อสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อ บ้านมือสอง นอกจากจะเปรียบเทียบคุณลักษณะเด่นดังกล่าวมาแล้ว ก็ควรจะพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดด้านอื่น ๆ อีก ได้แก่
1. ดูสภาพของ บ้านมือสอง อายุบ้าน ดูว่าปลูกมานานกี่ปีแล้ว อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เครื่องสุขภัณฑ์ หลอดไฟตามดวงโคมต่าง ๆ ชำรุดเสียหายบ้างหรือเปล่า สายไฟฟ้าเสื่อมสภาพแล้วหรือยัง น้ำปะปาขึ้นสนิมหรือแตกรั่วบ้างหรือไม่ หากลักษณะโครงสร้างเก่าแก่ไม่แข็งแรงและจะต้องซ่อมแซมอีกมากแล้ว จะทำเกิดปัญหาหนักในเรื่องค่าใช้จ่าย ด้วยเหตุนี้ลักษณะสภาพ บ้านมือสอง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องให้ความสำคัญในการพิจารณาตัดสินใจซื้อตาม ปกติแล้ว บ้านมือสอง จะมีการเสื่อมราคาตามระยะเวลายิ่งถ้าสภาพแวดล้อมเป็นทำเลที่มีแหล่าชุมชน แออัดเกิดขึ้น ราคาของ บ้านมือสอง จะตกลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นหากจะลงทุนเลือกซื้อ บ้านมือสอง ควรหาแหล่งที่คิดว่าจะยังคงเจริญต่อไปในภายหน้า
2. ควรพิจารณาสภาพแวดล้อม บ้านมือสอง นั้น ๆ ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ เช่น ใกล้โรงเรียน ศูนย์การค้า ตลาด โรงพยาบาล ฯลฯ เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายในอนาคต
3. กรณีที่จะซื้อบ้านที่ดินพร้อมบ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ หรืออาคารพาณิชย์ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยว่า ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของโครงการ ได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารแล้วหรือไม่ โดยตรวจสอบได้จากกรมโยธาการ หรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด แล้วแต่กรณี
4. พิจารณาชุมชน โดยพิจารณาเพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณไกล้เคียงว่าเป็นอย่างไร กรณีที่บ้านอยู่ในโครงการจัดสรร ควรสอบถามเรื่องบริการชุมชนจากเพื่อนบ้าน ว่างานสาธารณูปโภคตลอดจนค่าใช้จ่ายส่วนกลางเป็นอย่างไร การดูแลรักษาสภาพโครงการสม่ำเสมอ และเหมาะสมหรือไม่
5. ราคาของ บ้านมือสอง ที่เสนอขาย รวมและไม่รวมอะไรบ้าง เช่นค่าธรรมเนียมโอนบ้าน ค่าภาษีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (ปกติจะเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ขาย) ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าอากรแสตมป์
6. กรณีที่คุณต้องการกู้ซื้อ บ้านมือสอง ต้องเตรียมเรื่องขออนุมัติขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านด้วย
7. ตรวจซ้ำกับการเวนคืน แม้ว่าจะอุ่นใจได้ว่ากว่าจะกว่าจะสร้างจนบ้านเสร็จให้เห็นมีการตรวจสอบดัง กล่าวแล้ว แต่ไม่ควรประมาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่อยู่ในทำเลล่อแหลม เช่น ใกล้สามแยก เป็นต้น บ่อยครั้งที่เจ้าของบ้านเดิมระแคะระคายเรื่องเกี่ยวกับการเวนคืน เลยพยายามย่องถ่ายทรัพย์สินของตนเอง ก่อนที่จะมีกฎหมายห้ามการขายและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
8. ตรวจสอบว่า ผู้ที่จะขาย บ้านมือสอง นั้นมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยนั้นจริงหรือไม่ หมายถึงการมีชื่อเป็นเจ้าของ หากเป็นการมอบหมายอำนาจต้องดูให้ละเอียด เช่น กรณีการซื้อจากบริษัทนายหน้าขาย บ้านมือสอง
9. ตรวจข้อมูลเกี่ยวกับการจำนองหรือการเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้จาก ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ โดยทั่วไปแล้วการซื้อ บ้านมือสอง ที่ติดจำนองจะต้องผ่านกระบวนการไถ่ถอนการจำนองมาก่อน และค่อยโอนกรรมสิทธิ์กัน ขั้นตอนเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการคุยรายละเอียดกันตั้งแต่เริ่ม แรก โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางด้านนี้ การดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการตกลงซื้อขายจะช่วยให้ไม่ต้องเผชิญปัญหา ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการโอนสิทธิและอื่น ๆ
10. สำหรับอาคารชุดจำเป็นต้องขอดูเอกสารการจดทะเบียนอาคารชุดนิติบุคคลอาคารชุด และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตลอดจนรายการทรัพย์สินส่วนกลางและการบริการต่าง ๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายส่วนกลางอย่างละเอียด เพราะจะได้เป็นการเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ ในการที่จะต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการบริหารอาคารชุดในอนาคต
11. การตรวจสอบสัญญาจะซื้อขายยังมีความจำเป็นแม้ว่าสัญญามาตฐานจะมีการใช้กันมาก ขึ้นแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ภาษี และอื่น ๆ จะต้องมีการตกลงไว้ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร และควรจะเก็บสัญญาจะซื้อจะขายเอาไว้ด้วย แม้ว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์กันแล้วก็ตามที เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง
12. ตรวจสอบและเก็บเอกสารต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของสัญญาเอาไว้ ไม่ว่าจะซื้อจากบริษัทเจ้าของโครงการโดยตรงหรือซื้อต่อจากบุคคลอื่นก็ตาม ทั้งนี้เพราะเอกสารเหล่านี้มีผลทางกฎหมายในการบังคับให้เจ้าของจะต้อง ปฏิบัติตามข้อตกลงหรืสัญญาที่เคยระบุไว้
อนุชา กุลวิสุทธิ์ : ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แบบมืออาชีพ

นายหน้าทำสัญญาฝากขายเอาเปรียบจริงหรือไม่ ?

.........การขายบ้านหรือที่ดินในปัจจุบัน คนทั่วไปจะนิยมให้บริษัทโบรกเกอร์หรือนายหน้ารุ่นใหม่ช่วยเป็นธุระจัดการให้ โดยมักจะถูกขอให้ทำสัญญาแต่งตั้งให้นายหน้าเพียงรายเดียวดำเนินการขายเท่า นั้น แต่หลังจากที่ขายได้แล้ว หากนายหน้ามิใช่เป็นผู้จูงมือผู้ซื้อเข้ามาพบผู้ขายโดยตรง ก็อาจเกิดปัญหาที่ผู้ขายปฏิเสธการจ่ายค่านายหน้าด้วยเหตุผลว่า นายหน้ามิได้เป็นผู้ชี้ช่อง ซึ่งนายหน้าก็จะอ้างสิทธิ์ในการรับค่านายหน้าตามสัญญาแต่งตั้งนายหน้าที่ ระบุว่า ต้องได้รับค่านายหน้าไม่ว่าใครจะเป็นผู้ขายก็ตามในเรื่องดังกล่าว ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะรู้สึกว่า เป็นสัญญาที่เอาเปรียบและไม่เป็นธรรม เพราะบางครั้ง ผู้ซื้อเป็นฝ่ายติดต่อผู้ขายเองโดยไม่ได้ผ่านนายหน้า ทำไมจึงยังจะต้องเสียค่านายหน้าอีก
.........ข้างฝ่ายนายหน้าซึ่งเหนื่อยหน่ายต่อปัญหาเรื่อง ใครเป็นผู้ชี้ช่อง การถูกต่อรองหักคอค่านายหน้า การที่ต้องประกบตัวผู้ซื้อที่พยายามพลิ้วเข้าหาผู้ขายโดยตรงเพื่อตัดนายหน้า ให้พ้นทางเพื่อหวังให้ซื้อได้ในราคาที่ต่ำลง จึงได้มีการนำระบบการทำงานแบบโบรกเกอร์จากทางอเมริกาและยุโรปมาใช้ ซึ่งระบบดังกล่าวได้รับการพัฒนามานานนับ 100 ปี จนกลายเป็นมาตราฐานสากลที่ทุกคนยอมรับ โดยสัญญานายหน้าที่ว่าไม่เป็นธรรมในสายตาของผู้ใช้บริการในบ้านเรา ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบดังกล่าว และได้รับการรับรองในเรื่องความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายจากรัฐบาลของ ประเทศเหล่านั้น โดยได้นำออกใช้เป็นสัญญามาตราฐานมานานหลายสิบปีแล้ว
.............มีผู้สงสัยว่า การที่ผู้ขายมอบหมายให้นายหน้าหลายรายช่วยกันขายในแบบที่ไม่ต้องมีสัญญาผูก มัด โดยนายหน้าที่ขายได้ จะได้รับค่านายหน้าไปคนเดียวนั้น ระบบนี้มันไม่ดีตรงไหนหรือ ผมขออธิบายดังนี้ครับ
การมอบหมายให้นายหน้าหลายรายแข่งกันขาย จะให้ความรู้สึกที่ดีในแง่ที่มีคนช่วยทำงานหลายคน แต่ในความเป็นจริง นายหน้าเหล่านี้จะหวงและต่างคนจะเก็บข้อมูลทรัพย์สินไว้เฉพาะตัวเอง จะไม่มีการโฆษณาหรือกระจายข้อมูลออกไป เพราะข้อมูลยิ่งกระจายมากเท่าไร โอกาสที่ตัวเองจะขายได้ก็จะยิ่งลดลง เมื่อการตลาดไม่กระจาย โอกาสขายได้คงไม่ง่ายนัก นายหน้ารุ่นใหม่จึงไม่นิยมที่จะทำงานในลักษณะนี้อีกต่อไป
ในขณะที่หากมีการทำสัญญาให้นายหน้าเพียงรายเดียวทำการตลาด ซึ่งเป็นระบบที่ประกันว่า ไม่ว่าใครเป็นผู้ขาย ก็จะได้ค่านายหน้า ย่อมสร้างความมั่นใจให้แก่นายหน้าที่จะยอมทุ่มทุนในการทำตลาดอย่างเต็มที่ใน ทุกช่องทางเพื่อกระจายข้อมูลให้มากที่สุด อีกทั้งยังไม่กีดกันนายหน้ารายอื่นที่จะมาช่วยขาย เพราะสามารถแชร์ค่านายหน้ากันได้ โอกาสขายได้จึงมีมาก เนื่องจากมีการทำการตลาดที่กระจายมากกว่า ในระบบนี้ หากนายหน้าไม่สามารถขายได้สำเร็จ จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายการตลาดที่ทุ่มทุนอย่างสูงลิ่วไว้แต่เพียงผู้เดียว ทำให้นายหน้าต้องดิ้นรนขายให้จงใด้ มิฉะนั้น จะมีแต่ขาดทุนกับขาดทุน และนี่คือระบบยุติธรรมที่ประเทศที่เจริญแล้วเขาใช้กันครับ

.........สำหรับกรณีที่ว่า ผู้ซื้อติดต่อผู้ขายเองโดยตรง ทำไมยังต้องจ่ายค่านายหน้าอยู่นั้น ในความเป็นจริงนายหน้าเป็นฝ่ายลงทุนทำตลาด และส่งผู้สนใจเข้าไปดูตัวทรัพย์สินที่จะขาย ซึ่งหากผู้ซื้อไม่เข้าใจในเรื่องกติกาและมารยาทของอาชีพนี้ ว่าไม่ควรติดต่อผู้ขายโดยตรง แต่ควรจะสื่อสารผ่านนายหน้าที่ให้ข้อมูลมาเท่านั้น และได้ติดต่อกันเองโดยไม่แจ้งให้นายหน้าทราบ ก็จะเป็นที่มาของปัญหาว่าใครคือผู้ชี้ช่องให้เกิดการซื้อขายขึ้นได้

.........ปัญหาที่ว่า นายหน้าบางรายทำสัญญาผูกมัดไว้แล้ว แต่ไม่ทำอะไรให้เลยจนหมดสัญญา แล้วก็ขายไม่ได้ เราคงต้องมาดูกันที่ตัวบุคคลแล้วละ จะไปโทษที่ระบบไม่ได้ นายหน้าที่เลวก็มี ที่ดีก็มาก คราวหน้าลองใช้บริการนายหน้าสังกัด สมาคมนายหน้าอสังหาฯ ดูซิครับ เขามีคณะกรรมการจรรยาบรรณ คอยควบคุมดูแลกันอยู่ ส่วนจะใช้บริการระบบไหนก็ลองพิจารณาดู ผมว่าโยนภาระทิ้งไปโดยเซ็นสัญญามอบหมายให้นายหน้าดีๆ ซักรายไปดำเนินการ แล้วหันไปจัดการธุระส่วนตัว รอวันรับทรัพย์จากการขาย น่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดนะครับ

บทความโดย คุณวิวัฒน์ ผุงประเสริฐ

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554

ซื้อ-ขายบ้านมือสอง ต้องยกให้มืออาชีพอย่างเรา


กระผมนาย บุญชู เจริญทรัพย์ เป็นตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ของบริษัท Realty One Estate ( Thailand ) จำกัด http://www.homed4u.com
เราจะทำการตลาดให้ท่านฟรี โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ จนกว่าจะขายได้ หน้าที่ของท่านก็คือเซ็นเอกสาร ณ กรมที่ดิน และรับเงิน
บริษัทของเราอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สาขาธุรกิจโบรกเกอร์
บริการของเรามีดังนี้
· ขายบ้านให้ได้เหมาะสมกับราคาตลาด
· บริการทั้งผู้ฝากขายบ้านและ ผู้ซื้อบ้านมือสองให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วถูกต้อง ไม่เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
· ท่านสามารถฝากขายบ้านและที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์อื่น โดยไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายใดๆล่วงหน้า ทางเรารับผิดชอบค่าใช้จ่ายการตลาดทั้งหมด
· บริการตรวจสอบสภาพบ้านและที่ดินแนะนำตั้งราคา ขายบ้านและที่ดินให้สอดคล้องกับสภาพตลาด
โดยตัวแทนรับฝากขายบ้าน และที่ดินที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ อย่างแท้จริง
- มีการระบบ MLS ของสมาคม โดยเป็นการจับคู่ซื้อขาย ที่มีคนแจ้งความต้องการซื้อไว้แล้วที่สมาคม หรือนายหน้าที่สังกัดสมาคม 4,500 กว่าคน ที่สามารถขายทรัพย์ของท่านได้ โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม ทั้งนี้เพื่อให้ทรัพย์ของท่านมีโอกาสขายได้มากยิ่งขึ้น
· บริการถ่ายรูปบ้านและที่ดิน เพื่อนำไปลงสื่อโฆษณาต่างๆ
· ติดป้ายขาย ที่บ้าน และที่ดินและบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่องจนขายได้
· ลงโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ หลายประเภท เช่นบ้านมือสอง บ้านพร้อมอยู่ วัฏฏะ
· มีรายละเอียดและรูปภาพบ้านและที่ดินในเวบไซด์ของเราคือ http://www.homed4u.com และเวปไซด์ต่าง ๆ
· นำผู้สนใจซื้อเข้าชมบ้าน และที่ดินได้ทุกวัน
· ให้คำแนะนำและจัดหาสินเชื่อให้ผู้สนใจซื้อบ้านและที่ดิน มีผลให้บ้านและที่ดินขายได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
· รายงานการขายให้เจ้าของบ้านและที่ดินทราบเป็นระยะ ท่านสามารถตรวจสอบได้ว่าเรามุ่งมั่นทำการตลาดให้ท่านจริงหรือไม่
· เป็นคนกลางเจรจาต่อรองราคาขายที่เหมาะสม
· จัดเตรียมสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดินและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
· คิดคำนวณค่าธรรมเนียมโอน ภาษี และอื่นๆให้ถูกต้องแม่นยำ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ท่านกำหนดได้ว่าใครเป็นคนรับภาระ
· อำนวยความสะดวกและรวดเร็วทุกขั้นตอน ณ สำนักงานที่ดิน
· โอนมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำ โทรศัพท์หลังจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ บ้าน และที่ดินแล้ว
หากเราช่วยท่านขายบ้านได้เราคิดที่ 3-4% ของราคาซื้อขาย ทั้งนี้ท่านสามารถบวกค่าคอมของนายหน้าไปในราคาซื้อขายได้
หากท่านสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือให้เราเข้าไปอธิบายเงื่อนไขข้อสัญญา และระบบการทำงานของเรา โดยไม่ผูกมัดว่าเมื่อท่านรับฟังแล้ว จะต้องทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนกับเรา กรุณาโทร 089-209-6001 ขอบคุณครับ

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

เทคนิคการขายแบบโน้มน้าวใจ

ความสามารถในการโน้มน้าวใจเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการขายสินค้า นักขายที่มีความสามารถโน้มน้าวใจคนเก่งมีโอกาสทำยอดขายได้มาก ในทางตรงกันข้ามหากนักขายไม่สามารถโน้มน้าวใจลูกค้าได้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการขายย่อมมีน้อย มาดูกันว่า หลักในการโน้มน้าวใจให้ประสบความสำเร็จนั้นมีอะไรบ้าง

อาจารย์ไพบูลย์ ล้วนวรวัฒน์ได้ให้คำแนะนำไว้ในหนังสือ "คุณก็เป็นสุดยอดนักขายได้" ดังนี้

  1. ให้นักขายนำเสนอหรือกล่าวถึงสิ่งที่ "ลูกค้า" ได้ประโยชน์จากการใช้สินค้า

    นักขายต้องโน้มน้าวใจ ให้ลูกค้าเห็นดีเห็นงามกับประโยชน์ หรือ คุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้สินค้านั้น โดยนักขายจะต้องชี้ให้ลูกค้าเห็นว่า ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับคืออะไร ซึ่งประโยชน์นั้นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ ประโยชน์ที่จับต้องได้ หมายถึง ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ตัวสินค้าโดยตรง (Functional Benefits) และประโยชน์ที่จับต้องไม่ได้ หมายถึง ประโยชน์ทางด้านจิตใจ (Emotional Benefits) เมื่อลูกค้าได้ตระหนักถึงสิ่งที่จะได้รับแล้ว ลูกค้าจะให้ความร่วมมือและทำตามสิ่งที่นักขายเสนออย่างเต็มใจ

  2. หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงสิ่งที่ลูกค้าจะเสียประโยชน์จากการใช้สินค้า

    การ "หลีกเลี่ยง" นั้น "ไม่ใช่การโกหก" การหลีกเลี่ยง คือ การไม่กล่าวถึงบางสิ่งบางอย่างโดยไม่จำเป็น แต่การโกหกนั้น คือ การให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง นักขายควรหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงประเด็น ที่จะทำให้ลูกค้าจะเสียประโยชน์ จาการซื้อสินค้าของคุณ เพราะการกล่าวถึงสิ่งที่ลูกค้าจะเสียประโยชน์ จะทำให้กระบวนการโน้มน้าวใจทำได้ยากขึ้น หรือบางทีอาจจะล้มเหลวไปเลยก็ได้

  3. ทำให้ผลเสียของลูกค้าเป็นเรื่องเล็กน้อย

    ในกรณีที่นักขายไม่ สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงผลเสียของสินค้า นักขายจะต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับประโยขน์ที่ลูกค้าจะได้รับ เมื่อลูกค้าทราบถึงผลเสีย แน่นอนลูกค้าต้องเกิดความลังเลใจในการซื้อสินค้า ปกติแล้วลูกค้าจะเปรียบเทียบระหว่างผลเสีย กับประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับว่า มีอย่างไหนมากกว่ากัน แต่หากลูกค้าทราบว่าผลเสียนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ลูกค้าจะสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ไม่ยาก เพราะไม่ใช่ประเด็นที่น่าวิตกกังวลอะไร

    ดังนั้น หน้าที่ของนักขายก็คือ ต้องทำให้ผลเสียเป็นเรื่องเล็กน้อย ด้วยวิธีการง่าย ๆ ที่นักขายสามารถนำไปใช้ได้คือ การหักล้างสิ่งที่ลูกค้าจะเสียไป ด้วยประโยชน์อันมากมายที่ลูกค้าจะได้รับจากสินค้าของคุณ

    ที่สำคัญวิธีการโน้ม น้าวใจทั้ง 3 ประการข้างต้นจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อ นักขายมีการเตรียมตัวทำการบ้านมาก่อนล่วงหน้าถึงวิธีนำเสนอประโยชน์ วิธีหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงผลเสียที่ลูกค้าจะได้รับ รวมถึงวิธีพูดให้ผลเสียนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะ ได้รับ เพื่อให้สามารถโน้มน้าวใจจนลูกค้ายอมโอนอ่อนตามนักขาย และเมื่อลูกค้าส่งสัญญาณให้ทราบว่า เขาพึงพอใจในการซื้อขายครั้งนี้ ถึงเวลาแล้วที่นักขายควรจะปิดการขายทันที

    Credit : www.jobsdb.com

ขายบ้านอย่างไร ให้ทันใจ และได้ราคา

ปัญหาสำคัญของการลงทุนในบ้านและที่ดิน คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่อง เนื่องจากการขายบ้าน แต่ละครั้ง ทำได้ยากมาก ต้องอดทน ต้องรอคอย และต้องใช้ความพยายามอย่างมาก บางคนใช้เวลาเป็นปีๆ ก็ยังขายไม่ได้ ดังนั้น วันนี้เราขอนำเสนอเทคนิคการขายบ้าน จัดเป็นเคล็ดลับที่มีความน่าสนใจมาก เพราะสามารถปฏิบัติได้จริง ดังต่อไปนี้
  1. ทำความสะอาด ทาสี และซ่อมแซม
  2. เป็นขั้นตอนสำคัญอันดับแรก ที่จะต้องมีการดำเนินการ ก่อนการขายบ้านเสมอ วัตถุประสงค์ของการดำเนินการ ก็เพื่อเป็นการปรับปรุง ตกแต่งภาพลักษณ์ของบ้านให้มีความน่าสนใจและดึงดูดใจมากขึ้น เพื่อให้บ้านพร้อมสำหรับการนำเสนอออกขายนั่นเอง ทั้งนี้ ไม่ว่าใครก็ตาม ก็ล้วนชอบบ้านที่แลดูใหม่ สดใส และมีชีวิตชีวา ดังนั้นหากเราสามารถทำให้บ้านสนองตอบความชื่นชอบของคนทั่วไปได้ ก็จะเท่ากับ เป็นการขยายโอกาสในการขายบ้านให้เพิ่มมากขึ้นได้เป็นอย่างดี
    ขอให้ท่านระลึกไว้เสมอว่า แม้การซ่อมแซมตกแต่งเหล่านี้จะมีต้นทุนในการดำเนินการอยู่บ้าง แต่หากละเลยไม่ทำแล้วจะทำให้ ราคาขายบ้านของท่านลดลงได้มากกว่า 2 เท่าของต้นทุนที่ต้องเสียไป ยังไม่รวมต้นทุนค่าเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการที่บ้าน ขายไม่ออกอีกไม่รู้เท่าไหร่

  3. ประเมินราคาบ้าน
  4. เมื่อได้ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงบ้าน ให้กลายเป็นสินค้าที่ต้องตาต้องใจของผู้พบเห็นได้แล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อมา ก็คือการกำหนด ราคาขายบ้านให้เหมาะสม แม้บ้านของท่านจะมีคุณสมบัติที่ดีเด่นเพียงใดก็ตาม แต่การขายบ้านจะสำเร็จหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการ กำหนดราคาขายเป็นสำคัญ ถ้าราคากำหนดไว้ต่ำเกินไป แม้จะช่วยให้สามารถขายบ้านได้เร็ว แต่ท่านก็จะสูญเสียรายได้ส่วนที่ท่าน พึงได้รับไป แต่หากตั้งราคาขายสูงเกินไป ผลที่ตามมาก็จะทำให้บ้านขายไม่ออกซักที ดังนั้นจุดที่เหมาะสมที่สุดก็คือ จะต้องตั้งราคาขาย ให้สอดคล้องกับราคาตลาดที่แท้จริงของบ้านถึงจะดี

  5. ช่วยหาแหล่งสนับสนุนการเงินให้ลูกค้าแต่เนิ่น
  6. โดยทั่วไปแล้ว เงื่อนไขทางการเงิน ที่เป็นตัวกำหนดความเป็นไปได้ในการซื้อขายบ้านมีอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ

    • เกี่ยวข้องกับเงินดาวน์ว่าจะต้องจ่ายมากน้อยแค่ไหน
    • เกี่ยวข้องกับจำนวนเงินผ่อนชำระรายเดือน

    ถ้าเงื่อนไขทั้งสองเรื่อง สอดคล้อง และเหมาะสมกับสถานภาพของผู้ซื้อเมื่อไหร่ โอกาสขายบ้านก็จะเปิดกว้างขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากไม่สอดคล้อง ก็เท่ากับเป็นการปิดโอกาสการขาย ให้หยุดชะงักลงในขั้นตอนนี้อย่างน่าเสียดาย

    กลยุทธ์การขยายโอกาสการขายบ้านให้กว้างขึ้น จึงสามารถทำได้โดยการลดเงินดาวน์ และยืดระยะเวลาการกู้ยืมเงินให้ยาวนานขึ้น ซึ่งจะต้องอาศัยการติดต่อเจรจาต่อรองเงื่อนไขกับสถาบันการเงินหลายๆ แห่ง ยกตัวอย่าง เงื่อนไขการกู้ยืมอันหนึ่งที่จัดว่าเกื้อหนุน ให้การขายบ้านมีความคล่องตัวมาก ก็คือเงื่อนไขการขายบ้านแบบไม่มีเงินดาวน์ และกู้ยืมได้ยาวนานถึง 30 ปี ซึ่งจะช่วยให้ภาระ การผ่อนชำระรายเดือนลดต่ำลงได้มากที่สุด

  7. ปรึกษาและขอคำแนะนำจากนักกฎหมาย
  8. ขั้นตอนนี้มีความสำคัญ เนื่องจากจำนวนเงินในการซื้อขายบ้านสูงมาก และขั้นตอนการดำเนินการกว่าจะได้เงินค่าขายบ้านจากลูกค้า ล้วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อช่วยให้การซื้อขายเป็นไปอย่างรัดกุม จะต้องปรึกษาหารือ หรือขอ คำแนะนำจากนักกฎหมายทุกครั้งก่อนจะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งนักกฎหมายในที่นี้ อาจหมายถึงเพื่อนหรือคนรู้จักที่มีความรู้ทางกฎหมาย เคล็ดลับสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ทุกครั้งที่มีการทำสัญญาต่างๆ ระหว่างท่านกับผู้ซื้อ จะต้องทำอย่างเป็นทางการหรือเป็นกิจจะลักษณะ และมีผู้รู้ทางกฎหมายอยู่ด้วยเสมอ เพราะนอกจากจะเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยง ให้กับตัวท่านได้ทางหนึ่งแล้ว ยังช่วยให้การซื้อขาย มีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ซื้อได้ด้วย

  9. จัดเตรียมสัญญาการซื้อขายบ้านไว้ให้พร้อม
  10. ทุกครั้งที่ท่านวางแผนจะขายบ้าน ท่านจะต้องมีการจัดเตรียมสัญญาและใบเสร็จต่างๆ ที่จำเป็นไว้ให้พร้อม เมื่อไรก็ตาม มีความ จำเป็นต้องทำสัญญากัน จะได้สามารถกระทำได้เลยในทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการจัดหา

  11. กระตุ้นการขาย
  12. ขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกันการลงโฆษณาขายบ้านในสื่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการขายบ้านขึ้น ต้องเน้นเลือกสื่อที่เข้าถึงกลุ่มของ ผู้ซื้อบ้านจริงๆ และควรพุ่งเป้าโฆษณา ไปยังบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อจับลูกค้ากลุ่มพนักงานใหม่ และกำลังหาบ้านอยู่อาศัย เป็นของตนเองอยู่
    เคล็ดลับการโฆษณาขายบ้านในหนังสือพิมพ์รายวันให้มีประสิทธา ภาพ ก็คือ เลือกลงโฆษณาเฉพาะในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น และนัดเปิดบ้านให้ลูกค้าดูเฉพาะในช่วงบ่ายโมง ถึง ห้าโมงเย็นวันอาทิตย์ กลยุทธ์นี้นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการ บริหารเวลามีประสิทธิภาพอีกด้วย

  13. การทำการขายบ้าน
  14. ในวันที่นัดลูกค้าเพื่อเปิดให้ดูบ้าน เทคนิคการปิดการขายที่มีประสิทธิภาพอันหนึ่ง ก็คือ จัดทำสรุปสาระสำคัญของบ้านที่ขายใน กระดาษแผ่นเดียว แจกให้กับลูกค้าที่มาดูบ้านทุกราย เพื่อเป็นการเน้น และตอกย้ำจุดน่าสนใจของบ้านให้กับลูกค้า ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ช่วงบ่ายวันอาทิตย์เป็นช่วงเวลาทองในการทำธุรกิจของท่าน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ และจงอย่าเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขายบ้านเป็นอันขาด

สุดท้ายนี้ โปรดระลึกไว้เสมอว่า การขายบ้านด้วยตัวเอง นอกจากจะช่วยให้ได้เงินจากการขายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ตัวท่านเองยังได้รับความภาคภูมิใจเป็นของแถมอีกต่างหาก

Credit : www.jobsdb.com